ศิลปะวัฒนธรรม

ศิลปะวัฒนธรรม

รู้จักประวัติอัมพวา

ก่อนจะเป็นอัมพวา สมัยก่อนพื้นที่บริเวณนั้นถูกเรียกขานว่า "แขวงบางช้าง" ชุมชนเล็กๆที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีความเจริญทั้งด้านการเกษตร และการพาณิชย์ มีหลักฐานว่า แขวงบางช้างมีตลาดค้าขายเรียกว่า "ตลาดบางช้าง" นายตลาดเป็นหญิงชื่อน้อย ซึ่งต่อมาเป็นราชนิกุล "ณ บางช้าง"

 

 

ณ ปัจจุบัน "อัมพวา" เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของสมุทรสงคราม เพราะบรรยากาศที่เติมไปด้วยความร่มรื่นของริมน้ำ สวนลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าว มะละกอ กล้วย ส้มโอ  และผลไม้อีกนานาชนิดที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมกัน โดยล่องเรือชมสวน สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ชิมผลไม้ต่างๆ หรือจะเลือกปั่นจักรยานคู่ขนานกับท้องร่อง ก็ได้อรรถรสความสนุกอีกแบบหนึ่งเช่นกัน

 

 

นอกจากการเที่ยวชมธรรมชาติแล้ว อัมพวายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ อาทิเช่นการสักการะโบสถ์ไม้สักอายุกว่าร้อยปีที่ "วัดแว่นจันทร์" และ วัดสำคํญทางศาสนาในสมัยรัชกาลที่ 1 "วัดภุมรินทร์กุฎีทอง" ที่มีกุฎีเป็นเรือนไม้สักทองขนาดใหญ่ เขียนลายรดน้ำปิดทองทั้งหลัง  แต่เดิมมีกุฎิถึง 3 หลังแต่ถูกน้ำเซาะหายไปเหลือเพียงหลังเดียวเท่านั้น ในปัจจุบันภายของวัดภุมรินทร์กุฎีทอง จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องใช้โบราณที่ชาวบ้านเอามาถวายวัด และสถานที่ที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด "วัดบางกุ้ง" ที่ตั้งอยู่บนถนนราชบุรี ซึ่งเดิมเคยเป็นค่ายทหารเรือ สมัยพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ ที่มีเรื่องราวของวีรกรรมชาวแม่กลอง และพบสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งอย่าง ได้แก่ โบสถ์ปรกโพธิ์ เป็นอารามเก่าแก่ ซึ่งมีต้นไม้ 4 ชนิด คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง ค้ำยันแผ่กิ่งก้านคลุมโบสถ์ไว้จนไม่เห็นรูปทรง ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อนิลมณี (หลวงพ่อดำ) ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ปูนปั้นขนาดใหญ่ สวยงามและอัศจรรย์ไม่น้อยเลยเดียว

 


 

นอกเหนือจากการสักการะสิ่งศักสิทธิ์ การเดินชิมอาหารหลากหลายที่บริเวณตลาดน้ำอัมพวา ตลาดริมคลองใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม ทั้งบริเวณริมคลองและในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ขาย พายเรืออาหารเครื่องดื่ม ขนมหวานต่างๆ ให้ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดน้ำอัมพวา และซื้อหาอาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิงห้อยในยามค่ำคืนได้อีกด้วย ซึ่งการชมหิ่งห้อยนั้นจะใช้เวลาช่วงหัวค่ำจนถึงกลางดึก