บล็อก เรื่องราวชาวอัมพวา

บล็อก เรื่องราวชาวอัมพวา

ของดีอัมพวา

ปราชญ์ชุมชน สืบสานภูมิปัญญาจากอดีต พัฒนาจากรุ่นสู่รุ่น เกิดเป็นองค์ความรู้ระดับท้องถิ่น สืบทอดไปอย่างไม่รู้จบ
กลับไปหน้าที่แล้ว

คุณพ่อวิรัตน์ ปิ่นสุวรรณ ตำนานเบญจรงค์

คุณพ่อวิรัตน์ ปิ่นสุวรรณ ซึ่งเริ่มชีวิตด้วยการทำงานเป็นครู แต่มีความสนใจในศิลปะโบราณวัตถุ จึงทำให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องเครื่องปั้นดินเผา จากประสบการณ์หลายปีในการซ่อมแซมโบราณวัตถุที่ชำรุด กับการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา ทำให้คุณพ่อวิรัตน์ได้พัฒนาเทคนิคการเผา การเคลือบ การเขียนและการลงสีตามกรรมวิธีดั้งเดิมแท้ๆขึ้นมาใหม่ และได้ถ่ายทอดงานศิลปะนี้ให้แก่ลูกหลานบ้านปิ่นสุวรรณเบญจรงค์ เพื่อสืบทอดคุณค่าแห่งเครื่องเบญจรงค์ต่อไป


งานเบญจรงค์ในปัจจุบัน

 

เนื่องจากบ้านปิ่นสุวรรณเบญจรงค์ยังคงใช้กรรมวิธีผลิตเครื่องถ้วยชามเบญจรงคที่เน้นความปราณีต ใช้พู่กันในเติมสีแทนการลงสีแบบนูน งานเพ้นท์สี รวมถึงคุณภาพของน้ำทองที่มีอายุการใช้งานได้นานกว่า จึงทำให้แต่ละผลงานใช้เวลาข้อนข้างมากแต่มีคุณภาพดี ซึ่งคุณวิรัตน์เป็นผู้สั่งสอนสืบทอดมา ทำให้ได้ผลงานที่ออกมาใกล้เคียงกับของโบราณและยังได้กลิ่นไอของงานศิลปะทำมืออย่างครงถ้วน จนเป็นที่ต้องการและยอมรับของตลาดในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นแหล่งให้ความรู้แก่คณะนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั้วไปอีกด้วย

 

สีที่ใช้ในการวาดลายเบญจรงค์

 

ผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจ ปี พ.ศ. 2546 ได้รับคัดเลือกจากคณะรัฐบาลให้เป็นผู้จัดทำชุดอาหาร ลายวิชาเบนทร์เพื่อมอบเป็นที่ระลึกแก่ผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจ ที่มาประชุมเอเปค โดยมีสัญลักษณ์ตรงกลางจาน 21 นิ้ว เป็นอักษรย่อชื่อผู้นำของแต่ละประเทศ มีดอกไม้ในลายที่ลงตามสีประจำวันเกิดของผู้นำแต่ละประเทศ

 

ปิ่นสุวรรณเบญจรงค์ในปัจจุบัน เปิดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมถึงแหล่งผลิต

 

ประวัติเครื่องถ้วยเบญจรงค์

เครื่องถ้วยสมัยเบญจรงค์จะเกิดขึ้นเมื่อไรไม่มีเอกสารยืนยัน แต่สันนิษฐานจากการที่มีการขุดพบในพระนครศรีอยุธยาจากลักษณะลวดลาย และสีเปรียบกับเครื่องถ้วยจีน เชื่อว่ามีการสั่งทำเบญจรงค์จากเครื่องถ้วยเบญจรงค์จากประเทศจีน ตั้งแต่สมัยอยุธยายุคประเจ้าประสาททอง (พ.ศ. 2173 - 2198) สมเด็จนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199 - 2231) เครื่องถ้วยเบญจรงค์มีภาชนะลงยา 5 สี บนเคลือบ เข้าใจว่าเครื่องลายที่เขียนเครื่องถ้วยครั้งกรุงเก่า ควเป็นฝีมือช่วงหลวงให้อย่างสั่งออกไปให้ช่างจีนทำใช้ในราชการ ภายหลังพ่อค้าเข้ามาขายด้วยยลวดลายเมื่อถ่ายทอดกันหลายๆชั้นเข้าก็เลือนลางลงทุกที จนปูนหลังๆเกือนจะดูไม่รู้ว่าเป็นลายไทย

 

ในสมัยรัชกาลที่ 2 มีเวลาว่างจากการทัพศึกมาก ความนิยมเล่นของดีมีฝีมือช่วงจึงเกิดขึ้นหลายอย่างลวดลายและรูปทรงที่สั่งให้ช่างจีนทำก็แก้ไขให้ดีขึ้น มีการผูกลายขึ้นใหม่ เช่น ลายดอกกุหลาบ พุ่มข้าวบิณฑ์ ลายก้านแย่ง ลายก้านต่อดอกผีเสื้อ ค้างคาว และแมลงปอ ฯลฯ และเชื่อว่าพระบามสมเด็จพระเลิศหล้านภาลัยได้ออกแบบลายสำหรับภาชนะที่สั่งมาใช้ในพระราชสำนักด้วยพระองค์เอง เครื่องถ้วยไทยที่สั่งทำในเมืองจีนถือกันว่าเป็นของดีที่สุดล้วนเป็นของที่คิดแบบสั่งออกไปทำเมื่อในสมัยรัชกาลที่ 2 ทั้งนั้นโดยที่ สมเด็จพระสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 2 ทรงเป็นพระธุระในการสั่งทำจานชามของหลวงเข้ามาสำหรับใช้ในห้องเครื่อง

 

เครดิตภาพ : คมชัดลึก